| Love Me さんのプロフィールEvery Picture Tell A Sto...フォトブログリスト | ヘルプ |
|
2月12日 เรื่องของชื่อถ้า ฮอลลีวู้ดบังคับว่า ต้องแปลชื่อภาพยนตร์ของเขาให้เป็นภาษาไทย แบบตรงตัว ห้าม คนเล็ก ห้าม คนใหญ่ ห้ามบานฉ่ำ ห้าม มฤตยู ดังตัวอย่างต่อไปนี้ จะมีคนไปดูไหมนี่ สนุกๆนะครับ อย่าว่ากัน โปรดนึกภาพตัวหนังสือภาษาไทยหน้าโรงหนังประกอบ
Mummy ..................................................................... แม่จ๋า Gone with the Wind ............................................ ลอยไปตามลม Dragon ball...............................................................แก้วมังกร(อร่อยดี) Saving Private Ryan……………………………. บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น (- _ -)’ James Bond Dr. No……………………………......เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make sense สุดๆ) Pearl harbor……………………………………….ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4………………....………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone........................................................... บ้านเดี่ยว What women want ............................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) U-571.........................................................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8 MM........................................................................ 8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) 8 Mile.............................................12.87 กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………………… 11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………….……… 12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………….…….ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………...……(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River .... .......................................................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม)
Who am I...........................ผมเป็นใคร ? I am Sam................................................................... ผมคือยุรนันท์
Payback…………………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck .............................................................. จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward............................................................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน)
Firewall……………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่)
Deep Impact ........................................................... กระแทกลึกๆ The man in the iron mask ......คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด
Toy Story..................................เรื่องของต้อย???
Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก
The Silence of the Lamb .......................................ลูกแกะเงียบ (หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Con Air .................................................................. ข้าวโพดผึ่งลม 1月13日 การวัดแสงเทคนิคการวัดแสง
10月3日 การชดเชยแสงระบบวัดแสงของกล้องทุกตัวนั้น จะมองสีต่างๆเป็นสีเทากลาง 18% หมายความว่าเวลาเรามองวัตถุสีเหลือง เขียว แดง ฯลฯ สายตาเราก็จะเห็นตามนั้น แต่ระบบวัดแสงของกล้องมันมองทุกอย่างเป็นสีเทากลาง วัตถุสีต่างๆ กล้องก็จะมองเป็นสีเทากลาง เช่น ถ่ายสายน้ำตกวัดแสงไปที่สายน้ำตกสีขาว ถ้าถ่ายตามค่าแสงที่กล้องวัดทันทีก็จะได้สายน้ำตกสีหม่นๆเทาๆครับ แต่ถ้าคุณชดเชยแสงโอเวอร์สัก 1-2 สตอปก็จะได้ภาพสายน้ำตกที่มีสีขาวเหมือนตาเห็นครับ ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะชดเชยแสงโอเวอร์ หรืออันเดอร์ในกรณีไหน แล้วควรชดเชยแสงกี่สตอป เราต้องจำไว้เสมอว่าค่าเทากลาง คือ ค่าแสงที่ไม่ต้องชดเชยแสง คือสามารถใช้ค่าแสงจากกล้องที่วัดได้เลย สีที่ใกล้เคียงหรือตรงกับสีเทากลางก็จะมี สีแดง สีฟ้าเข้ม สีน้ำตาลใบไม้แห้ง หรือสีน้ำตาลของลำต้นของต้นไม้ สีเขียวของใบไม้ทั่วๆไปไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ถ้าเราถ่ายวัตถุที่สีสว่างกว่าเทากลาง เช่นสีขาว สีเหลืองอ่อน สีครีม เราต้องชดเชยแสงให้โอเวอร์คือสัญลักษณ์ + แต่ถ้าคุณถ่ายวัตถุสีเข้มกว่าสีเทากลาง เช่น สีดำ สีน้ำตาลแก่ คุณต้องชดเชยแสงไปทางอันเดอร์คือสัญลักษณ์ - ในระบบวัดแสง
ส่วนที่ว่าชดเชยกี่สตอปนั้นอยู่ที่ประสบการณ์ แต่หลักง่ายๆที่จะสรุปก็คือ วัตถุสีขาว +2 สตอป วัตถุสีดำ -2 สตอป วัตถุที่มีสีลดหลั่นกันลงไปเช่น สีเหลือง มันสว่างกว่าเทากลางแต่ไม่ถึงกับขาวก็ควรจะโอเวอร์สัก 1สตอป ส่วนสีน้ำตาลเข้ม สีมันเข้มกว่าเทากลางแต่ไม่ถึงกับดำก็อาจจะอันเดอร์ 1 สตอป เช่นเราต้องการถ่ายรถเก็บขยะของกทม. ซึ่งเป็นสีเหลืองทั้งคัน พอเรารู้ว่าวัตถุที่ถ่าย คือสีเหลืองต้องชดเชยแสงให้โอเวอร์สัก 1 stop เราก็วัดแสงที่รถขยะนั่นสมมุติว่าได้ค่าแสงที่ 125 f/5.6 เป็นค่าที่กล้องวัดแสงให้พอดี แต่นั่นเป็นค่าที่กล้องวัดแสงอ้างอิงสีเทากลางถ้าเราถ่ายด้วยค่านั้น จะได้สีเหลืองเข้มกว่าตามอง เพราะฉะนั้นเราต้องชดเชยแสง 1 stop เพื่อให้ได้สีเหลืองที่สมจริง โดยปรับมาที่ 60 f/5.6 หรือ 125 f/4 ก็ได้นั่นคือ เราชดเชยแสงจากค่าแสงจริงที่กล้องอ่านได้ 1 stop ทำให้ได้สีสันที่ถูกต้อง แต่การที่คุณจะรู้ว่าวัตถุต่างๆควรชดเชยแสงเท่าไหร่อยู่ที่ประสบการณ์ ทีนี้ลองมาทำความเข้าใจกับระบบวัดแสงในกล้องของเราเองดีกว่า
ระบบวัดแสงทั่วๆไปในสมัยนี้จะมี 3 ระบบ คือ ระบบเฉลี่ยทั้งภาพ ระบบเฉลี่ยหนักกลาง และระบบเฉพาะจุด ถ้าเราใช้กล้องออโต้โฟกัส จะมีระบบเฉลี่ยทั้งภาพกับระบบเฉลี่ยหนักกลางแน่นอน ระบบเฉพาะจุดจะมีกับกล้องรุ่นท๊อปๆหน่อย แต่ถ้าเราใช้กล้องแมนวลจะมีระบบเฉลี่ยหนักกลางเป็นระบบเดียว
ระบบเฉลี่ยทั้งภาพคือกล้องจะแบ่งพื้นที่ในช่องมองภาพออกเป็นส่วนๆกี่ส่วนก็แล้วแต่รุ่นของกล้อง แล้วนำค่าแสงแต่ละส่วนมาหาค่าเฉลี่ยกลางๆ ระบบเฉลี่ยหนักกลาง เป็นระบบที่จะเอาค่าแสงในพื้นที่วงกลมตรงกลางในช่องมองภาพมาราวๆ 75% ส่วนพื้นที่รอบนอกจะนำมาคิด 25% สรุปคือจะเน้นความสำคัญตรงกลางภาพ
อีกระบบคือระบะวัดแสงเฉพาะจุด ระบบนี้จะนำพื้นที่ในวงกลมเล็กกลางช่องมองภาพจะวัดแสงในพื้นที่วงกลมเล็กๆนั้น 100% ถ้าคุณรู้เรื่องการชดเชยค่าแสงต่างๆได้แม่นยำระบบนี้จะทำงานได้ดีที่สุด แต่ถ้าเรายังไม่เก่งเรื่องชดเชยแสงระบบนี้อาจทำให้ภาพนั้นเสียไปเลยก็ได้ ถ้าเราฝึกวัดแสงใหม่ๆ แนะนำให้ใช้ระบบเฉลี่ยหนักกลางไปก่อน โดยเน้นวัตถุที่จะชดเชยแสงให้อยู่กลางภาพเป็นหลัก เพราะระบบเฉลี่ยหนักกลางนี้ เป็นระบบวัดแสงพื้นฐานที่เก่าแก่ที่กล้องทุกตัวต้องมี แนะนำให้ฝึกด้วยฟิลม์สไลด์ เพราะฟิลม์สไลด์จะเห็นผลโดยตรงเลย ถ้าเราถ่ายด้วยฟิลม์เนกาตีฟ บางทีแล็ปจะแก้สีให้ได้ เราก็ลองดูระบบวัดแสงในกล้องเราว่ากล้องที่เราใช้อยู่เป็นระบบวัดแสงแบบไหน ต้องเข้าใจการทำงานของระบบวัดแสงว่ามันเป็นยังไง พอเข้าใจระบบวัดแสงกล้องตัวเองแล้วก็ฝึกวัดแสงชดเชยแสงให้คล่องเท่านี้เราก็สามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยสมจริงละครับ อิอิอิ 7月25日 การเลือกใช้กล้องถ่ายภาพ
1. ความจำเป็นในการใช้งาน ผู้ใช้ต้องทราบจุดประสงค์ในการใช้งาน ลักษณะของงานทีต้องการ เช่น ถ้าต้อง การถ่ายภาพเพียงเพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก หรือลักษณะอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการความคมชัดมากหรือไม่จริงจัง กับการถ่ายภาพ เท่าใดนัก ควรเลือกใช้กล้อง ขนาดเล็ก เช่น กล้องใช้ฟิล์มกลัก ขนาด 110 หรือ 126 ซึ่งราคาถูกกว่า (แต่ปัจจุบันกล้องชนิด นี้หลายบริษัทเลิกผลิตแล้ว) แต่ถ้าหากต้องการถ่ายภาพที่ได้คุณภาพ ราคาปานกลางและต้องการความสะดวกรวดเร็ว น้ำหนักเบา ควรเลือกใช้กล้อง ขนาด 35 มม. ชนิดคอมแพค ซึ่งมีหลายรูปแบบและหลายราคาให้เลือกใช้งาน แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะใช ้ กล้องขนาด 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยว ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ รับรูรับแสงได้ เหมาะสำหรับถ่ายภาพชนิดต่าง ๆ รวมถึงใช้ เทคนิคในการสร้างสรรค์ภาพได้ตามต้องการ แต่ถ้าหากต้องการถ่ายภาพเพื่อต้องการความคมชัดและขยายใหญ่มาก หรือเป็นนักถ่ายภาพอาชีพ ควรเลือกใช้กล้องกล้อง 120. ชนิดสะท้อนเลนส์เดี่ยว หรือกล้องวิว สำหรับถ่ายภาพในสตูดิโอ หรือในร้านถ่ายภาพ แต่ก่อนที่จะใช้กล้องพวกนี้ ต้องศึกษาและฝึกฝนการถ่ายภาพให้เกิดความชำนาญเพราะราคากล้องค่อนข้างสูง มีราคาตั้งแต่ 50,000 บาท จนถึง 200,000 บาท หากต้องการถ่ายภาพเพื่อเผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต ควรเลือกใช้กล้องดิจิตอล 2. ฟิล์มที่ใช้ ควรเลือกใช้กล้องถ่ายภาพที่มีฟิล์มจำหน่ายโดยทั่วไปและราคาถูก คุ้มกับการผลงานที่ได้ ปัจจุบัน ฟิล์มที่นิยมใช้กันมาก คือขนาด 35 มม. ส่วนฟิล์มแบบกลัก 110 หรือ 126 ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้อย ราคาล้าง อัด ขยายภาพ ต่อม้วนจะเท่ากันกับขนาด 35 มม. แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพเพื่อขยายใหญ่ เช่น ภาพโปสเตอร์ ภาพโฆษณา ควรใช้กล้องที่ใช้ฟิล์มขนาด 120 หรือฟิล์ม 2 นิ้ว หรือกล้องวิวที่ใช้ฟิล์มแผ่น อีกทั้งต้องคำนึงถึงแหล่งให้บริการสำหรับล้าง อัด ขยายภาพด้วย 3. งบประมาณ เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ผลงานออกมาคุ้มค่ากับการลงทุน และผลประโยชน์ ที่จะได้รับจากการถ่ายภาพ กล้องที่มีประสิทธิภาพดี ราคาย่อมสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้อง ขนาด 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยวที่นิยมใช้กันมีราคาตั้งแต่ 5,000 บาท จนถึง 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของบริษัทที่ผลิต คุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิต หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่เพิ่มเติม เช่น ความเร็วชัตเตอร์ บางรุ่นสูงถึง 1/8000 วินาที หรือระบบอิเล็คทรอนิกส์ ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ ผู้ที่จะเลือก ซื้อกล้องต้อง คำนึงถึงราคาเมื่อ เปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากกล้องถ่ายภาพเป็นสำคัญ 4. การบำรุงรักษา เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะกล้องบางชนิดมีความบอบบางมาก กล้องทุกชนิด จะไม่เหมาะ สำหรับการใช้งานในสภาพอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อนจัด มีความชื้นสูง ดังนั้นก่อนการใช้งานควรศึกษา และปฏิบัติตามวิธีการใช้กล้องแต่ละชนิดให้ดี ควรเลือกใช้กล้องที่แข็งแรงทนทานเหมาะสมกับสภาพการใช้งานของกล้อง อาจศึกษาได้จากคู่มือการใช้กล้อง สอบถามจากคนที่เคยใช้หรือผู้รู้ให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ การเลือกซื้อกล้องถ่ายภาพ หลังจากที่ได้ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของกล้องแล้ว ควรศึกษาเรื่องการเลือกซื้อกล้องถ่ายภาพ เพราะกล้องถ่ายภาพ เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง และมีกลไกการทำงานทีละเอียดอ่อน เมื่อตัดสินใจเลือกชนิดของกล้องถ่ายภาพได้แล้ว มีหลักในการเลือกซื้อกล้อง คือ
7月13日 คำศัพท์ทางการถ่ายภาพ
7月9日 ช่วงความชัด (Depth of Field)ช่วงความชัด (Depth of Field) ภาพถ่ายที่มีความชัดตั้งแต่วัตถุที่อยู่ระยะหน้า (Foreground) ไปถึงวัตถุที่อยู่ระยะหลังสุด (Background) ของระยะตำแหน่งที่ปรับความชัดในภาพ เราเรียกภาพนั้นว่าเป็นภาพที่มีความชัดลึกมาก คือชัดตลอด ขณะเดียวกันมีภาพถ่ายบางภาพมีความชัดเฉพาะตำแหน่งที่เราปรับ Focus ไว้ ส่วนระยะหน้าและระยะหลังจะพร่ามัวไม่ชัดเจน เราเรียกภาพนั้นว่ามีความชัดตื้น ความชัดลึกของภาพนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ คือ 1. เลนส์ของกล้องถ่ายภาพที่มีระยะความยาวโฟกัสสั้น เช่น เลนส์ 28 มม. จะให้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสยาว เช่น 50 มม. หรือ 135 มม. 2. การปรับขนาดของช่องรับแสง ภาพที่ปรับช่องรับแสงแคบมาก เช่น f16 หรือ f11 จะให้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าการปรับช่องรับแสงให้กว้าง เช่น f16 หรือ f11 จะให้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าการปรับช่องรับแสงให้กว้าง เช่น f2 หรือ f1.4 3. การถ่ายภาพที่กล้องอยู่ห่างจากวัตถุที่ถ่ายไกลมาก เช่น 10 ฟุต จะได้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าที่กล้องอยู่ใกล้วัตถุ เช่น 5 ฟุต หรือ 3 ฟุต เป็นต้น 6月27日 การใช้แฟรชFill FLASH ก็คือการเติมแสงให้ พอดีด้วย แสง flash หรือ เป็นการใช้ flash ร่วมกับแสงธรรมชาติ เหมาะสำหรับถ่ายภาพกลางวัน ภาพย้อนแสง หรือ ภาพทั่วๆไปที่ต้องการให้ subject ได้รับแสงจากทางตรง เช่น ถ่ายภาพกลางแดด แล้วอยากให้ เปิดเงาใต้ ตางใต้ตา slow synce จริงๆแล้วหลักการก็คือ เหมือนกับ fill flash ละแต่เพียงเป็นการใช้ flash ร่วมกับ แสงธรรมาชาติ ร่วมกับ shutter speed ต่ำๆเหมาะสำหรับการถ่ายภาพกลางคืนการถ่ายแสงสี ไฟในเมืองหลวง + กับภาพคนหรือ subject ที่ต้องหารให้ เห็นจัดแจ่มแจ๋วว ซึ่งจะต่างกับการใช้ flash ในเวลากลางคืนแบบทั้วๆไปที่ว่า slow synce จะใช้ แสงธรรมชาติ มาร่วมบรรเลงในภาพด้วย ทำให้ speed shutter ที่ได้ ค่อนข้างต่ำถึง ต่ำมากจนอาจจะต้องใช้ ขาตั้งกล้องเข้าช่วย fill flash ใช้กลางวัน ทาก่อนออกจากบ้าน เอ้ยไม่ใช่ ใช้ ถ่ายภาพเวลากลางวัน slowsynce ใช้ทาก่อนนอน เอ้ย ใช้ถ่ายก่อนนอน เอ้าไม่ใช่ดิ๊?ใช้ ถ่ายตอนกลางคืน (ก่อนนอน ก้อ กลางคืนใช่มะ) แต่วัตถุอยู่น่ง ไม่ไหวติง real flash syce ใช่ กับ วัตถุที่เคลือนไหว ในเวลากลางคืนและ speed shutter ต่ำ ถ้าไม่ครบทั้งสามองค์ประกอบ คือ speed shutter ต่ำ กลางคืน และ วัตภถุ เคลือนไหว ก้อไม่มีความจำเป็นจะตอ้งใช้ slow synce การที่ เปิด shutter นานๆ วัตถุหยุดได้ เพราะ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|