Love Me さんのプロフィールEvery Picture Tell A Sto...フォトブログリスト ツール ヘルプ

Love My Cat Love Me

職業
所在地
好きなもの/好きなこと
More than I can say
全 52 枚中 1 枚目
2月12日

เรื่องของชื่อ

ถ้า ฮอลลีวู้ดบังคับว่า ต้องแปลชื่อภาพยนตร์ของเขาให้เป็นภาษาไทย แบบตรงตัว ห้าม คนเล็ก ห้าม คนใหญ่ ห้ามบานฉ่ำ ห้าม มฤตยู ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 

จะมีคนไปดูไหมนี่  สนุกๆนะครับ อย่าว่ากัน

โปรดนึกภาพตัวหนังสือภาษาไทยหน้าโรงหนังประกอบ

 

Mummy ..................................................................... แม่จ๋า
Mummy Return...........................................................แม่จ๋ากลับมาเถอะ

Gone with the Wind ............................................ ลอยไปตามลม
xXx .......................................................................... หนังโป๊
X-Men ................................................................... ผู้ชายหื่น
Flyboys ................................................................. กระหัง ??

Dragon ball...............................................................แก้วมังกร(อร่อยดี)

Saving Private Ryan…………………………….  บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น (- _ -)’

James Bond Dr. No……………………………......เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make sense สุดๆ)
Catch me if you can .............................................. จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ)

Pearl harbor……………………………………….ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา)

Saw1 Saw2 Saw3 Saw4………………....………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3  เห็นแล้ว 4

Home alone........................................................... บ้านเดี่ยว
Ghost Ship ............................................................ ผีเล่นพนัน

What women want ............................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ)
Women On Top ...................................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน

U-571.........................................................................คุณไม่ใช่คนแรก   (อิอิ)

8 MM........................................................................ 8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย)
A whole nine yard....................................................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาวเลย)

8 Mile.............................................12.87 กิโลเมตร

Ocean’s eleven…………………………………… 11 มหาสมุทร

Ocean’s twelve…………………………….……… 12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ)

Eight below………………………………….…….ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??)

20,000 leagues under the sea…………...……(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่)

Mystic River .... .......................................................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม)

 

Who am I...........................ผมเป็นใคร ?

I am Sam...................................................................   ผมคือยุรนันท์

 

Payback…………………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด)

Paycheck .............................................................. จ่ายด่วน ระวังเด้ง

Pay it forward............................................................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน)


Cheaper by the dozen..............................................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ
Twelve Monkeys.........................................................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก)
Charlie's Angel........................................................... นางฟ้าของชาลี
Charlie and The Chocolate Factory...................... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มรึงมีหลายอย่างจังนะชาลี)

 

Firewall……………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่)
Star wars - return of the jedi…………………… กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์
Star gate……………………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน)
Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย  (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ)
Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก  (ก็เอาไปล้างสิ)
Van Helsing............................................................ รถตู้นรกร้องเพลง

 

Deep Impact ........................................................... กระแทกลึกๆ
Red Eyes .............................................................. ตาแดง (ไปหาหมอสิ)
Tomorrow Never Dies ........................................ พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย
Die Another Day  ............... ตายวันอื่น (ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย)

The man in the iron mask ......คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด

Toy Story..................................เรื่องของต้อย???

Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก

The Silence of the Lamb .......................................ลูกแกะเงียบ (หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้)
Die Hard .................................................................. (ตายแข็ง - แข็งตาย)

Con Air .................................................................. ข้าวโพดผึ่งลม
Cast Away ............................................................. ขว้างไปไกลๆ
Windtalkers ........................................................... ลมพูดได้
Million Dollar Baby ...............................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก
Bigfish ......................................................................ปลาบึก


The net.....................................ตาข่าย
The Matrix..................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์
The Fantastic 4............................4 ยอดกุมาร
Ultraviolet.................................มหาม่วง (หนังเกย์)
The Day After Tomorrow.................มะรืนนี้
Notting Hill................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา
Cat Woman................................แมวตัวเมีย
Bat Man....................................ค้างคาวตัวผู้

1月13日

การวัดแสง

เทคนิคการวัดแสง
ระบบวัดแสง [METER SENSITIVITY PARTTERNS] ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยเน้นกลางภาพ (CENTER WEIGHTED AVERAGE METERING) ระบบวัดแสงแบบนี้จะเน้นค่าแสงบริเวณกึ่งกลางภาพมากกว่าบริเวณอื่นๆ กล้องส่วนมากจะมีสัญลักษณ์บอกถึงขอบเขตการเน้นค่าแสงที่บริเวณกึ่งกลางภาพ ซึ่งการเน้นค่าแสงของเครื่องวัดแสงในกล้องแต่รุ่นนั้นจะเน้นน้ำหนักแตกต่างกันไป เช่น 75% สำหรับกึ่งกลางภาพ และ25 % สำหรับด้านรอบนอก หรือบางรุ่นอาจจะเป็น 60% - 40%
ระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุด [SPOT METERING] เป็นระบบวันแสงที่เน้นค่าแสงภายในพื้นที่ส่วนเล็กๆ ซึ่งอยู่กึ่งกลางของช่องเล็งภาพ การวัดแสงแบบเฉพาะจุดนี้มีความละเอียดแม่นยำสูงเพราะวัดที่พื้นที่จุดเล็กๆ แต่โอกาสผิดพลาดอาจเกิดจากการอ่านค่าแสงผิดพลาดหรือชดเชยแสงผิดพลาด และการวัดแสงผิดไปจากบริเวณ จึงทำให้การวัดแสงผิดพลาดไปตั้งแต่เริ่มต้น
ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหลายส่วน [MULTI-PARTTERNS METERING, MULTI SEGMENTS METERING]ถือว่าเป็นระบบวัดแสงรุ่นล่าสุดและยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในการถ่ายภาพทั่วๆไป ระบบนี้มีความแม่นยำกว่าระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยเน้นกลางภาพ และยังทำงานได้รวดเร็วกว่าระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุด ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหลายส่วนนี้มีเซลที่ถูกติดตั้งอยู่ในแต่ละส่วนของช่องเล็งภาพทำหน้าที่อ่านค่าแสง แล้วนำมาคำนวณ
ระบบบันทึกภาพ
ระบบบันทึกภาพแบบปรับตั้งเอง [Manual]ระบบบันทึกภาพแบบ Manual เป็นระบบบันทึกภาพที่ผู้ใช้จะต้องปรับช่องรับแสงและความไวชัตเตอร์เองทั้งหมด ระบบบันทึกภาพแบบนี้เป็นระบบเก่าที่มีใช้มาก่อนระบบบันทึกภาพอื่นๆที่ใช้กันในปัจจุบัน กล้องกลไกรุ่นเก่า จนถึงกล้องที่เพิ่งออกใหม่ล่าสุดก็ยังต้องมีระบบ Manual
ระบบบันทึกภาพแบบชัตเตอร์อัตโนมัติ [AUTO/APERTURE PRIORITY/AV]รูปแบบการทำงานของระบบนี้คือผู้ใช้จะเป็นผู้เลือกขนาดช่องรับแสงในขณะที่กล้องจะเลือกความไวชัตเตอร์ให้โดยสัมพันธ์กันเพื่อค่าแสงที่ได้พอดี
ระบบบันทึกภาพแบบช่องรับแสงอัตโนมัติ [SHUTTER PRIORITY]ระบบบันทึกภาพแบบนี้มีลักษณะคล้ายกับระบบบันทึกภาพแบบ Aperture priority ในด้านรูปแบบการทำงาน คือ ระบบ Shutter priority นี้ ผู้ใช้จะต้องเลือกความไวชัตเตอร์ ส่วนกล้องจะเลือกขนาดช่องรับแสงให้สัมพันธ์กันเพื่อการรับแสงที่พอดี
10月3日

การชดเชยแสง

ระบบวัดแสงของกล้องทุกตัวนั้น จะมองสีต่างๆเป็นสีเทากลาง 18% หมายความว่าเวลาเรามองวัตถุสีเหลือง เขียว แดง ฯลฯ สายตาเราก็จะเห็นตามนั้น แต่ระบบวัดแสงของกล้องมันมองทุกอย่างเป็นสีเทากลาง วัตถุสีต่างๆ กล้องก็จะมองเป็นสีเทากลาง เช่น ถ่ายสายน้ำตกวัดแสงไปที่สายน้ำตกสีขาว ถ้าถ่ายตามค่าแสงที่กล้องวัดทันทีก็จะได้สายน้ำตกสีหม่นๆเทาๆครับ แต่ถ้าคุณชดเชยแสงโอเวอร์สัก 1-2 สตอปก็จะได้ภาพสายน้ำตกที่มีสีขาวเหมือนตาเห็นครับ ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะชดเชยแสงโอเวอร์ หรืออันเดอร์ในกรณีไหน แล้วควรชดเชยแสงกี่สตอป เราต้องจำไว้เสมอว่าค่าเทากลาง คือ ค่าแสงที่ไม่ต้องชดเชยแสง คือสามารถใช้ค่าแสงจากกล้องที่วัดได้เลย สีที่ใกล้เคียงหรือตรงกับสีเทากลางก็จะมี สีแดง สีฟ้าเข้ม สีน้ำตาลใบไม้แห้ง หรือสีน้ำตาลของลำต้นของต้นไม้ สีเขียวของใบไม้ทั่วๆไปไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ถ้าเราถ่ายวัตถุที่สีสว่างกว่าเทากลาง เช่นสีขาว สีเหลืองอ่อน สีครีม เราต้องชดเชยแสงให้โอเวอร์คือสัญลักษณ์ + แต่ถ้าคุณถ่ายวัตถุสีเข้มกว่าสีเทากลาง เช่น สีดำ สีน้ำตาลแก่ คุณต้องชดเชยแสงไปทางอันเดอร์คือสัญลักษณ์ - ในระบบวัดแสง
          ส่วนที่ว่าชดเชยกี่สตอปนั้นอยู่ที่ประสบการณ์ แต่หลักง่ายๆที่จะสรุปก็คือ วัตถุสีขาว +2 สตอป วัตถุสีดำ -2 สตอป วัตถุที่มีสีลดหลั่นกันลงไปเช่น สีเหลือง มันสว่างกว่าเทากลางแต่ไม่ถึงกับขาวก็ควรจะโอเวอร์สัก 1สตอป ส่วนสีน้ำตาลเข้ม สีมันเข้มกว่าเทากลางแต่ไม่ถึงกับดำก็อาจจะอันเดอร์ 1 สตอป เช่นเราต้องการถ่ายรถเก็บขยะของกทม. ซึ่งเป็นสีเหลืองทั้งคัน พอเรารู้ว่าวัตถุที่ถ่าย คือสีเหลืองต้องชดเชยแสงให้โอเวอร์สัก 1 stop เราก็วัดแสงที่รถขยะนั่นสมมุติว่าได้ค่าแสงที่ 125 f/5.6 เป็นค่าที่กล้องวัดแสงให้พอดี แต่นั่นเป็นค่าที่กล้องวัดแสงอ้างอิงสีเทากลางถ้าเราถ่ายด้วยค่านั้น จะได้สีเหลืองเข้มกว่าตามอง เพราะฉะนั้นเราต้องชดเชยแสง 1 stop เพื่อให้ได้สีเหลืองที่สมจริง โดยปรับมาที่ 60 f/5.6 หรือ 125 f/4 ก็ได้นั่นคือ เราชดเชยแสงจากค่าแสงจริงที่กล้องอ่านได้ 1 stop ทำให้ได้สีสันที่ถูกต้อง แต่การที่คุณจะรู้ว่าวัตถุต่างๆควรชดเชยแสงเท่าไหร่อยู่ที่ประสบการณ์ ทีนี้ลองมาทำความเข้าใจกับระบบวัดแสงในกล้องของเราเองดีกว่า
          ระบบวัดแสงทั่วๆไปในสมัยนี้จะมี 3 ระบบ คือ ระบบเฉลี่ยทั้งภาพ ระบบเฉลี่ยหนักกลาง และระบบเฉพาะจุด ถ้าเราใช้กล้องออโต้โฟกัส จะมีระบบเฉลี่ยทั้งภาพกับระบบเฉลี่ยหนักกลางแน่นอน ระบบเฉพาะจุดจะมีกับกล้องรุ่นท๊อปๆหน่อย แต่ถ้าเราใช้กล้องแมนวลจะมีระบบเฉลี่ยหนักกลางเป็นระบบเดียว
          ระบบเฉลี่ยทั้งภาพคือกล้องจะแบ่งพื้นที่ในช่องมองภาพออกเป็นส่วนๆกี่ส่วนก็แล้วแต่รุ่นของกล้อง แล้วนำค่าแสงแต่ละส่วนมาหาค่าเฉลี่ยกลางๆ ระบบเฉลี่ยหนักกลาง เป็นระบบที่จะเอาค่าแสงในพื้นที่วงกลมตรงกลางในช่องมองภาพมาราวๆ 75% ส่วนพื้นที่รอบนอกจะนำมาคิด 25% สรุปคือจะเน้นความสำคัญตรงกลางภาพ
          อีกระบบคือระบะวัดแสงเฉพาะจุด ระบบนี้จะนำพื้นที่ในวงกลมเล็กกลางช่องมองภาพจะวัดแสงในพื้นที่วงกลมเล็กๆนั้น 100% ถ้าคุณรู้เรื่องการชดเชยค่าแสงต่างๆได้แม่นยำระบบนี้จะทำงานได้ดีที่สุด แต่ถ้าเรายังไม่เก่งเรื่องชดเชยแสงระบบนี้อาจทำให้ภาพนั้นเสียไปเลยก็ได้ ถ้าเราฝึกวัดแสงใหม่ๆ แนะนำให้ใช้ระบบเฉลี่ยหนักกลางไปก่อน โดยเน้นวัตถุที่จะชดเชยแสงให้อยู่กลางภาพเป็นหลัก เพราะระบบเฉลี่ยหนักกลางนี้ เป็นระบบวัดแสงพื้นฐานที่เก่าแก่ที่กล้องทุกตัวต้องมี แนะนำให้ฝึกด้วยฟิลม์สไลด์ เพราะฟิลม์สไลด์จะเห็นผลโดยตรงเลย ถ้าเราถ่ายด้วยฟิลม์เนกาตีฟ บางทีแล็ปจะแก้สีให้ได้ เราก็ลองดูระบบวัดแสงในกล้องเราว่ากล้องที่เราใช้อยู่เป็นระบบวัดแสงแบบไหน ต้องเข้าใจการทำงานของระบบวัดแสงว่ามันเป็นยังไง พอเข้าใจระบบวัดแสงกล้องตัวเองแล้วก็ฝึกวัดแสงชดเชยแสงให้คล่องเท่านี้เราก็สามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยสมจริงละครับ อิอิอิ
7月25日

การเลือกใช้กล้องถ่ายภาพ

          การที่จะเลือกใช้กล้องชนิดใดในการใช้งาน จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะกล้องแต่ละชนิดนั้นมีราคาแพง ซึ่งหากเลือกผิดพลาด อาจทำให้เสียเงิน และเสียเวลาโดยที่ได้ผลไม่คุ้มค่า โดยจะกล่าวถึงการเลือกใช้กล้อง ในการใช้งาน เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ ดังนี้

          1. ความจำเป็นในการใช้งาน ผู้ใช้ต้องทราบจุดประสงค์ในการใช้งาน ลักษณะของงานทีต้องการ เช่น ถ้าต้อง การถ่ายภาพเพียงเพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก หรือลักษณะอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการความคมชัดมากหรือไม่จริงจัง กับการถ่ายภาพ เท่าใดนัก ควรเลือกใช้กล้อง ขนาดเล็ก เช่น กล้องใช้ฟิล์มกลัก ขนาด 110 หรือ 126 ซึ่งราคาถูกกว่า (แต่ปัจจุบันกล้องชนิด นี้หลายบริษัทเลิกผลิตแล้ว) แต่ถ้าหากต้องการถ่ายภาพที่ได้คุณภาพ ราคาปานกลางและต้องการความสะดวกรวดเร็ว น้ำหนักเบา ควรเลือกใช้กล้อง ขนาด 35 มม. ชนิดคอมแพค ซึ่งมีหลายรูปแบบและหลายราคาให้เลือกใช้งาน แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะใช ้ กล้องขนาด 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยว ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ รับรูรับแสงได้ เหมาะสำหรับถ่ายภาพชนิดต่าง ๆ รวมถึงใช้ เทคนิคในการสร้างสรรค์ภาพได้ตามต้องการ แต่ถ้าหากต้องการถ่ายภาพเพื่อต้องการความคมชัดและขยายใหญ่มาก หรือเป็นนักถ่ายภาพอาชีพ ควรเลือกใช้กล้องกล้อง 120. ชนิดสะท้อนเลนส์เดี่ยว หรือกล้องวิว สำหรับถ่ายภาพในสตูดิโอ หรือในร้านถ่ายภาพ แต่ก่อนที่จะใช้กล้องพวกนี้ ต้องศึกษาและฝึกฝนการถ่ายภาพให้เกิดความชำนาญเพราะราคากล้องค่อนข้างสูง มีราคาตั้งแต่ 50,000 บาท จนถึง 200,000 บาท หากต้องการถ่ายภาพเพื่อเผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต ควรเลือกใช้กล้องดิจิตอล

           2. ฟิล์มที่ใช้ ควรเลือกใช้กล้องถ่ายภาพที่มีฟิล์มจำหน่ายโดยทั่วไปและราคาถูก คุ้มกับการผลงานที่ได้ ปัจจุบัน ฟิล์มที่นิยมใช้กันมาก คือขนาด 35 มม. ส่วนฟิล์มแบบกลัก 110 หรือ 126 ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้อย ราคาล้าง อัด ขยายภาพ ต่อม้วนจะเท่ากันกับขนาด 35 มม. แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพเพื่อขยายใหญ่ เช่น ภาพโปสเตอร์ ภาพโฆษณา ควรใช้กล้องที่ใช้ฟิล์มขนาด 120 หรือฟิล์ม 2 นิ้ว หรือกล้องวิวที่ใช้ฟิล์มแผ่น อีกทั้งต้องคำนึงถึงแหล่งให้บริการสำหรับล้าง อัด ขยายภาพด้วย

           3. งบประมาณ เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ผลงานออกมาคุ้มค่ากับการลงทุน และผลประโยชน์ ที่จะได้รับจากการถ่ายภาพ กล้องที่มีประสิทธิภาพดี ราคาย่อมสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้อง ขนาด 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยวที่นิยมใช้กันมีราคาตั้งแต่ 5,000 บาท จนถึง 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของบริษัทที่ผลิต คุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิต หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่เพิ่มเติม เช่น ความเร็วชัตเตอร์ บางรุ่นสูงถึง 1/8000 วินาที หรือระบบอิเล็คทรอนิกส์ ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ ผู้ที่จะเลือก ซื้อกล้องต้อง คำนึงถึงราคาเมื่อ เปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากกล้องถ่ายภาพเป็นสำคัญ

             4. การบำรุงรักษา เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะกล้องบางชนิดมีความบอบบางมาก กล้องทุกชนิด จะไม่เหมาะ สำหรับการใช้งานในสภาพอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อนจัด มีความชื้นสูง ดังนั้นก่อนการใช้งานควรศึกษา และปฏิบัติตามวิธีการใช้กล้องแต่ละชนิดให้ดี ควรเลือกใช้กล้องที่แข็งแรงทนทานเหมาะสมกับสภาพการใช้งานของกล้อง อาจศึกษาได้จากคู่มือการใช้กล้อง สอบถามจากคนที่เคยใช้หรือผู้รู้ให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ

             การเลือกซื้อกล้องถ่ายภาพ

                หลังจากที่ได้ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของกล้องแล้ว ควรศึกษาเรื่องการเลือกซื้อกล้องถ่ายภาพ เพราะกล้องถ่ายภาพ เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง และมีกลไกการทำงานทีละเอียดอ่อน เมื่อตัดสินใจเลือกชนิดของกล้องถ่ายภาพได้แล้ว มีหลักในการเลือกซื้อกล้อง คือ

    1. ตรวจดูสภาพภายนอกของกล้อง
    2. จะต้องไม่มีรอยขีดข่วน รอยบุบ หรือคราบสนิม หรือคราบสกปรก น็อตทุกตัวไม่มีรอยถูกไข หรือแกะ อยู่ในกล่องที่มีการบรรจุอย่างดี เช่น กล่องโฟม หรือ อุปกรณ์กันกระแทกอื่น ๆ (ยกเว้นกรณีเป็นกล้องที่ใช้งานแล้ว หรือกล้องมือสองอาจจะไม่มีกล่อง) ใช้หูแนบกับตัวกล้องทดลองสั่นเบา ๆ ต้องไม่มีเสียงเศษอุปกรณ์หลุด หรือหลวม
    3. ทดสอบการใช้งาน
    4. ลองขึ้นฟิล์มดู คานขึ้นฟิล์มต้องไม่หลวม เมื่อขึ้นฟิล์มสุดแล้ว ควรดีดกลับมาที่เดิม ลองลั่นชัตเตอร์ เพื่อหาข้อบกพร่อง จะต้องเป็นเสียงปรกติ ลองเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์หลาย ๆ ระดับแล้วลองลั่นชัตเตอร์ทุกระดับความเร็ว สังเกตว่าความเร็วของชัตเตอร์เปลี่ยนแปลงหรือไม่
    5. ตรวจดูความเรียบร้อยภายในกล้อง
    6. เปิดฝาหลังกล้อง (ขณะที่กล้องไม่มีฟิล์ม) ตรวจดูความเรียบร้อย สภาพภายในของกล้อง ต้องไม่มีรอยขีดข่วนหรือคราบสกปรก ม่านชัตเตอร์ต้องเรียบไม่โป่งหรือบิดงอ ทดลองขึ้นฟิล์ม และสังเกตว่ากลไกภายในกล้องเคลื่อนที่สัมพันธ์กันหรือไม่
    7. ทดสอบเลนส์
    8. เป็นสิ่งที่สำคัญ เลนส์ต้องสะอาด และมีสารเคลือบเลนส์ บางบริษัทอาจเคลือบด้วยสารสีเขียว สีม่วง สีแดง สีเหลืองอำพัน ไม่ควรเลือกเลนส์ที่ไม่มีสีซึ่งแสดงว่าเป็นเลนส์ที่ผ่านการล้างแล้วหลายครั้ง หรือเป็นเลนส์ที่คุณภาพไม่ดี ทดลองปรับโฟกัสว่าสามารถปรับระยะโฟกัสได้ชัดเจน ลองปรับตั้งแต่ระยะใกล้สุด ถึงไกลสุด วงแหวนปรับโฟกัสต้องไม่หลวมหรือฝืดเกินไป ถอดเลนส์ออกจากตัวกล้อง (กรณีเป็นกล้อง 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยว) ยกเลนส์ขึ้นแล้วมองจากด้านหลังของเลนส์จะต้องใส ไม่มีราเป็นจุด เป็นเส้น หรือเป็นฝ้ามัว เพราะจะทำให้ภาพไม่คมชัด ลองปรับรูรับแสง หลาย ๆ ขนาด สังเกตว่ารูรับแสงเปลี่ยนตามขนาดที่ต้องการหรือไม่ วงแหวนปรับรูรับแสงต้องไม่ฝืด หรือหลวม
    9. ทดสอบการทำงานร่วมกับไฟแวบหรือไฟแฟลช
    10. ลองติดตั้งไฟแวบหรือไฟแฟลชเข้ากับฐานสวมแฟลช (Hot shoe)ที่ส่วนบนของตัวกล้อง เปิดสวิทช์แล้วทดสอบโดยลั่นชัตเตอร์เพื่อทดสอบการทำงานสัมพันธ์กับไฟแวบหรือไฟแฟลช ต้องทำงาน พร้อม กับการลั่นชัตเตอร์เปิดฝาหลังกล้อง ปรับความเร็วชัตเตอร์ให้สัมพันธ์ กับการทำงานร่วมกับไฟแวบ ลั่นชัตเตอร์แล้วมองผ่านม่านชัตเตอร์ ต้องมองเห็นแสงลอดผ่านม่านชัตเตอร์
          6. ทดสอบระบบวัดแสงในตัวกล้อง ด้วยการทดลองวัดแสงโดยเทียบกับเครื่องวัดแสงภายนอก (ถ้ามี) ระบบ     
                 วัดแสงต้องแม่นยำ (การวัดแสงบางครั้งขึ้นอยู่กับขนาดของเลนส์ด้วยถ้าเลนส์มีความยาวมากจะทำให้     
                 ต้องเปิดหน้ากล้องให้กว้างขึ้น) ลองเปลี่ยน ISO หลาย ๆ ขนาด ทดสอบดูว่าระบบวัดแสงทำงานสัมพันธ์กันหรือไม่

                  ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงการทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจซื้อกล้องหากยังไม่มีความชำนาญพอ ควรปรึกษาผู้รู้ หรือมีผู้ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อกล้อง ที่ผ่านการใช้งานมา แล้วหรือกล้องมือสอง และควรเลือกซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้หรือจากคนที่รู้จักจะเป็นการดีเพื่อให้ได้กล้องที่มีประสิทธิภาพมาใช้งาน เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

7月13日

คำศัพท์ทางการถ่ายภาพ

A
Absorption หมายถึงการดูดกลืนแสงของฟิลเตอร์ เช่น ฟิลเตอร์สีแดงที่ดูดกลืนแสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงินไว้
Action Photography คือการถ่ายภาพเคลื่อนไหวต่างๆ
Adapter Ring คือวงแหวนที่ใช้ใส่สิ่งหนึ่งดัดแปลงให้ใส่เข้ากับอีกสิ่งหนึ่ง เช่น ใช้ใส่สวมโคนเลน์เพื่อใส่เข้ากับตัวกล้องต่างยี่ห้อกันให้เข้ากันได้ ต่อฟิลเตอร์ที่ต่างขนาดกับเลนส์ให้ใส่กันได้
Angel of Views คือความกว้างของมุมภาพ ที่สามารถมองเห็นและรับภาพได้ ของเลนส์แต่ละขนาดต่างกัน เลนส์ธรรมดาจะมีความกว้างของมุมภาพประมาณ 45-50 องศา เลนส์มุมกว้างจะมีความกว้างของมุมภาพมากกว่า และเลนส์ถ่ายภาพไกลจะมีความกว้างของมุมภาพแคบกว่า
Aperture รูที่เปิดรับแสงซึ่งผ่านเลนส์เข้าไปในกล้องตามขนาดความกว้าง(F.Number)ใหญ่-เล็กที่ต้องการใช้ เช่น f / 2.8 , f / 4 , f / 5.6 เป็นต้น
Aperture Ring วงแหวนที่ใช้ปรับขนาดของช่องรับแสง
ASA อัตราความไวในการรับแสงของฟิล์ม ย่อมาจากคำเต็มว่า America Standard Association ซึ่งเป็นสมาคมการกำหนดตั้งมาตราฐานต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้กำหนดมาตรฐานความไวแสงของฟิล์มขึ้น
B
B เครื่องหมายการตั้งความเร็วชัตเตอร์เพื่อเปิดให้ค้างรับแสงนาน เมื่อตั้งใช้ที่เครื่องหมายนี้แล้ว กดปุ่มชัตเตอร์ม่านกั้นแสงจะเปิดค้างไว้ จะปิดเมี่อปล่อยปุ่มชัตเตอร์ ใช้เพื่อตั้งเวลาถ่ายภาพนาน
Back Ground สิ่งประกอบด้านหลังในฉากหรือในภาพ ระยะหลังหรือส่วนที่อยู่ด้านหลังสิ่งที่ต้องการถ่าย
Backlight แสงที่ส่องด้านหลังของสิ่งที่ถ่าย แสงที่มาจากด้านหลังของภาพ
Bas - relief หมายถึงกรรมวิธีพิเศษในการถ่ายภาพวิธีหนึ่ง ดูแล้วรู้สึกเหมือนว่า มีมิติความลึก - หนาเกิดขึ้นคล้ายภาพปั้นสลัก ทำได้โดยการเอาเนกาตีฟ และโพสิตีฟของภาพเดียวกันมาประกบซ้อนกันให้เหลื่อมกันเล็กน้อยแล้วนำไปอัด-ขยายเป็นภาพก็จะได้ภาพที่ดูแล้วมีความลึก-หนาเกิดขึ้น
Bellow สิ่งที่มีลักษณะเป็นกล่องผ้าพับจีบโดยรอบย่นเป็นชั้นๆใช้ใส่คั้นระหว่างตัวกล้องกับเลนส์ให้ต่อกัน ช่วยให้ถ่ายภาพระยะใกล้ขึ้น เพื่อการถ่ายภาพใกล้ ถ่ายก๊อปปี้ภาพสไลด์จากต้นแบบเป็นต้น
Blow-up การขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เช่นการขยายภาพจากขนาดธรรมดาให้ใหญ่ขึ้นมาก
C
Cable Release สายลั่นไกชัตเตอร์
Cadmium โลหะสีเงินลักษณะนิ่มมีปฎิกิริยาเมื่อถูกแสง ใช้เป็นเซลล์ในเครื่องวัดแสง
Coated Lens แก้วเลนส์ที่เคลือบน้ำยาด้วยสารหรือกรรมวิธีต่างๆเพื่อจุดประสงค์ ในการใช้นานาประการตามคุณสมบัติของสาร และกรรมวิธีที่เคลือบ เช่นช่วยให้แสงผ่านได้นุ่มนวลขึ้น ช่วยลดแสงสะท้อนต่างๆระหว่างชั้นเลนส์รับความเข้มของแสง และแสงที่ตัดกันได้ดีขึ้น
Cold Tone กลุ่มสีส่วนรวมให้ความรู้สึกเย็น มีตั้งแต่สีเขียว คราม ฟ้า เทา ดำ และสีใกล้เคียง
Color Transparency ฟิล์มสีโปร่งแสง หรือที่เรียกกันว่าฟิล์มสไลด์สีใช้สำหรับการฉายแสงดูและเป็นต้นแบบใช้แยกสี เพื่อทำแม่พิมพ์สำหรับงานพิมพ์ภาพสี
Contrast Film ฟิล์มที่มีคุณสมบัติ รับค่าของน้ำหนักสีที่เข้มมืดและอ่อนสว่าง ตัดกันมาก
Cropping การตัดส่วนภาพโดยเลือกตัดส่วน ที่ไม่ต้องการออกไปเหลือแต่ส่วนที่สำคัญไว้ ช่วยให้มีลักษณะการวางภาพดีขึ้น
D
Depth of Field ระยะความชัดลึกในภาพ คือระยะจากเบื้องหน้าถึงเบื้องหลังของสิ่งที่ต้องการถ่าย ที่ปรากฏความคมชัดขึ้นในภาพนั้น ความชัดลึกของภาพจะมีมากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่กับขนาดรูรับแสงที่ใช้
Diaphragm ที่บังคับขนาดรับแสง ซึ่งประกอบด้วยแผ่นโลหะสีดำเป็นชิ้นบาง-เล็ก ลักษณะคล้ายรูปกลีบส้มเรียงซ้อนกันเป็นวงกลม อยู่ระหว่างชั้นแก้วเลนส์ ปรับให้รูตรงกลางขยายใหญ่หรือหรี่เล็กได้ ตามขนาดรูรับแสงที่ต้องการ
Diffused Light แสงกระจายออกโดยการใช้วัสดุบางอย่างบังให่แสงกระจายทำให้แสงนุ่มนวลขึ้นไปเป็นเงาเข้มตัดกันกับแสงมากเกินไป
DIN อัตราความไวในการรับแสงของฟิล์ม ระบบของเยอรมันย่อมาจาก Deutsche Industrie Norm.
Distortion ความบิดเอียงผิดสัดส่วนของสิ่งต่างๆที่ปรากฏให้เห็นในภาพ เช่นภาพที่ถ่ายในมุมต่ำหรือถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง ส่วนที่อยู่ริมภาพและเส้นแนวนอนจะเห็นเอียงบิดโค้ง
E
Easel ที่รองรับกระดาษอัดรูปมีกรอบเหล็กฉาก สำหรับทับกระดาษติดอยู่ด้วย สามารถปรับเลือนกรอบเหล็กฉากให้มีขนาดเล็ก-ใหญ่ ได้ตามภาพที่ต้องการ Easel นี้ใช้คู่กับเครื่องขยายภาพ
Exposure การบันทึกภาพ หมายถึงขณะเวลาที่ฟิล์ม ได้รับแสงสะท้อนจากสิ่งที่ต้องการถ่าย ผ่านเลนส์เข้าสู่ช่องฟิล์มบันทึกภาพบนฟิล์ม
Exposure Meter เครื่องวัดแสง หรือเครื่องมือซึ่งบรรจุเซลล์ที่มีปฎิกิริยาไวต่อแสงอยู่ด้วย และส่งผลของสภาพแสงไปยังเข็มวัดบอกอัตราความสว่างของแสง เมื่อตั้งเทียบอัตราความสว่างของแสงกับความไวของฟิล์มแล้ว ก็จะรู้ขนาดรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องใช้ในแสงสภาพนั้นๆ
Exposure Counter ช่องตัวเลขบอกจำนวนภาพที่ถ่ายแล้ว ส่วนมากอยู่ข้างที่ขึ้นฟิล์มบนตัวกล้อง
Extension Tube ท่อต่อเลนส์บนตัวกล้อง ช่วยยืดระยะตกทอดของโฟกัส ทำให้สามารถหาความชัดถ่ายภาพในระยะใกล้ได้
Eye Cup ถ้วยบังแสงที่ช่องมองภาพ เมื่อใส่ไว้จะช่วยให้มองภาพได้สะดวกชัดเจนขึ้น
F
Film Advance Lever ก้านที่ขึ้นฟิล์ม
Flash Synchronization Socker รูที่ตัวกล้องใช้เสียบสายไฟจากตัวแฟลชให้ทำงานสัมพันธ์กับการทำงานของกล้อง
F-Number ตัวเลขบอกขนาดหน้ากล้องแต่ละขนาด เช่น f / 2 หรือ f / 4 เป็นต้น ตัวเลขนี้ได้มาจากการนำระยะความยาวโฟกัสของเลนส์นั้นๆ หารด้วยขนาดความกว้างของรูรับแสงแต่ละช่วง เช่นขนาดความยาวโฟกัสของเลนส์ = 2 นิ้ว (ประมาณ 52 มม. ) และความกว้างของรูรับแสงที่เปิดกว้าง = 1 นิ้ว F. Number ของขนาดรูรับแสงนั้นเท่ากับ 2+1 คือ f / 2 หรือความกว้างของรูรับแสงที่เปิดกว้าง 1/2 นิ้ว F. Number ของรูรับแสงนั้นเท่ากับ 2 + 1/2 คือ f / 4 (ใช้ในความหมายเดียวกับ F . Stop )
F-Stop ขนาดความกว้างของรูรับแสงขนาดหนึ่ง หรือขนาดหน้ากล้องแต่ละขนาดตามตัวเลข (ใช้ในความหมายเดียวกับ F . Number )
Focal Lenght ระยะความยาวโฟกัสของเลนส์ คือระยะจากจุดกึ่งกลางของเลนสถึงแนวฟิล์ม เมื่อเลนส์ตั้งระยะความชัดที่สุดสายตา เลนส์ที่มีความยาวจุดโฟกัสสั้นจะรับภาพได้มุมกว้าง เช่นเลนส์มุมกว้าง และเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสยาว จะรับภาพได้มุมแคบกว่า เช่นเลนส์ถ่ายภาพไกล
Focus ทำให้ภาพคมชัดในส่วนที่ต้องการ หรือการหมุนปรับในสิ่งที่ต้องการถ่ายในระยะคมชัดเจน
Focusing Ring วงแหวนที่ตัวเลนส์สำหรับหมุนปรับหาความคมชัด
Focusing Screen กระจกฝ้ารับภาพ เพื่อปรับหาระยะความคมชัดเห็นได้ในช่องมองภาพ
G
Grain เนื้อฟิล์ม , ความหยาบละเอียดของเนื้อฟิล์ม
Ground Glass กระจกรับภาพ คือกระจกฝ้าในช่องมองภาพที่รับภาพจากกระจกสะท้อนภาพในกล้อง กระจกรับภาพทำหน้าที่ช่วยในการหาความคมชัดของภาพ
Guide Number ตัวเลขคู่มือไฟแฟลชแต่ละชนิด ที่ช่วยให้เปิดใช้หน้ากล้องได้ถูกต้อง โดยเอาระยะทางความห่างจากตัวแฟลช ถึงสิ่งที่ต้องการถ่ายไปหารตัวเลข Guide Number ของแฟลชและฟิล์มที่ใช้ ตัวเลขที่ได้คือขนาดหน้ากล้องที่ต้องใช้สำหรับแฟลชนั้น ในระยะนั้น ตัวอย่างเช่น Guide Number คือ 56 ระยะทางจากแฟลชถึงที่ต้องการถ่าย คือ 10 ฟุต ให้เอา 10 ไปหาร 56 ได้ 5.6 หน้ากล้องที่ควรใช้คือ f / 5.6
H
Hardener ตัวยาเคมีที่ใช้ช่วยในการล้างฟิล์ม ทำให้เยื่อไวแสงบนผิวฟิล์มไม่อ่อนตัว หรือละลายในระหว่างล้างน้ำ ป้องกันการเกิดรอยถลอกขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นได้
Harmony ความกลมกลืนกันของกลุ่มสี , โทนสี
Hot Shoe Contact ที่เสียบแฟลชแบบไม่ต้องใช้สายไฟ แต่ทำงานสัมพันธ์กับการทำงานของกล้องได้
I
Incident Light แสงที่ส่องโดยตรงไปยังวัตถุ การวัดแสงแบบต้องใช้เครื่องวัดแสงระบบนี้ โดยการตั้งเครื่องวัดแสง ให้ใกล้สิ่งที่ต้องการถ่ายที่สุด และหันเครื่องวัดแสงไปที่กล้อง เพื่อรับแสงที่ส่องมาจากทิศทางนั้น
Indoor Photography การถ่ายภาพในสถานที่แบบต่างๆ เช่นภายในบ้าน ในตัวอาคาร การแข่งขันกีฬาในร่ม
Infinity ระยะไกลสุดในการปรับหาความคมชัดของกล้อง โดยกำหนดให้มีระยะไกลกว่า 2,000 เท่าของขนาดความยาวโฟกัส ของเลนส์แต่ละตัว
Infrared Film ฟิล์มอินฟาเรดสำหรับใช้เพื่อจุดประสงค์พิเศษ ในการถ่ายภาพ ให้ผลของภาพผิดไปจากการถ่ายด้วยฟิล์มธรรมดามาก
Iris Diaphragm ที่บังคับขนาดรูรับแสงของเลนส์ มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะบางรูปร่างคล้ายกลีบส้มวางเรียงซ้อนกันเป็นวงกลม มีรูให้แสงผ่านอยู่ตรงกลาง ปรับขยายให้แคบหรือกว้างได้
K
K ย่อมาจากคำเต็มว่า Kelvin เป็นหน่วยอัตราที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิของสีที่อยู่ในแสงสว่างต่างๆ เทียบเป็นองศาแสงแดด กลางวันโดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิสีประมาณ 5,800 K หรือองศาเคลวิน เป็นชื่อที่ตั้งเป็เกียรติแก่ Lord Kelvin นักฟิสิคส์ชาวอังกฤษ ผู้คิดกำหนดอัตราในการวัดอุณหภูมิของสีไว้
L
LED ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นระบบไฟสัญญาณของกล้องซึ่งทำงานร่วมกับระบบการวัดแสง ไฟสัญญาณ LED จะบอกปริมาณแสงที่ผ่านรูรับแสงเข้ามาว่า พอดี หรือมาก-น้อยไป จะเห็นไฟสัญญาณ LED ได้ในช่องมองภาพ กล้องบางรุ่นจะใช้บอกกำลังไฟของแบตเตอรี่ด้วย
Lens element ชิ้นแก้วเลนส์แต่ละชิ้น มีลักษณะเป็นแก้ววงกลมที่ผ่านการเจียระไนและขัดอย่างดี ตามสัดส่วนองศาที่ต้องการ ใช้เพียงลำพังชิ้นเดียวหรือประกอบรวมกันเป็นกลุ่มตามแต่ลักษณะการออกแบบใช้งาน
Lens cap ฝาที่ใช้ปิดครอบเลนส์ทั้งหน้าหรือหลังเลนส์
Lens cleaner น้ำยาที่ใช้ล้างทำความสะอาดเลนส์กล้อง
Light Ratio อัตราส่วนความสว่างของแสงที่ต่างกัน เช่นเมื่อความสว่างในส่วนที่รับแสงมากเท่ากับ 3 ส่วน แต่ส่วนที่เป็นเงา มีความสว่างเพียง 1 ส่วน ลักษณะแสงนี้มีอัตราส่วนเท่ากับ 3:1 เป็นต้น
M
Macro lens เลนส์ที่ใช้ถ่ายภาพสิ่งของเล็ก ๆ ในระยะใกล้ ๆ ได้ ให้ขนาดภาพเท่าของจริง หรือใหญ่กว่าแต่ไม่เกิน 10 เท่า
Macrophotography หรือ Photomacrography การถ่ายภาพสิ่งของเล็ก ๆ ในระยะใกล้ ภาพไดัขนาดเท่าจริงหรือใหญ่กว่าไม่เกิน 10 เท่า
Magazine ที่บรรจุใส่ฟิล์มมีลักษณะเป็นกล่องหรือเป็นซอง
Manual การทำงานแบบปกติธรรมดาของระบบต่าง ๆ เช่นการทำงานของรูรับแสงของเลนส์หรี่เล็ก หรือขยายใหญ่ตามที่หมุนตั้ง ไม่กว้างตลอดแบบอัตโนมัติ หรือระบบการถ่ายที่ต้องใช้ตั้งความเร็วชัตเตอร์ และขนาดรูรับแสงเองไม่ทำงานอัตโนมัติ
Metering System ระบบการวัดแสงในกล้อง หรือของเครื่องวัดแสง
Mirror Lens เลนส์ถ่ายภาพไกลแบบสะท้อนกระจก ทดระยะความยาวโฟกัสภายในเลนส์
Movement Photography การถ่ายภาพสิ่งที่มีการเคลื่อนไหว
Multiple Exposure การถ่ายภาพซ้อนหลายครั้ง ลงบนช่องฟิล์มเดียวกัน
N
Neckstrap สายสะพายกล้องสำหรับคล้องกล้องกับคอหรือสะพายไหล่
Negative ฟิล์มสีหรือฟิล์มขาว-ดำ ที่ถ่ายแล้วนำมาล้างน้ำยาตามขบวนการล้างฟิล์ม แล้วได้ภาพที่ปรากฏบนฟิล์ม เป็นภาพกลับไม่ตรงกับความเป็นจริง ต้องนำไปอัด-ขยายลงบนกระดาษอัดรูป จึงจะได้ภาพที่ตรงความเป็นจริง เช่นในเนกาตีฟขาว-ดำ ส่วนที่โปร่งใสจะกลับเป็นสีดำเข้ม และส่วนที่ดำทึบจะปรากฏเป็นสีขาวในภาพ
O
Orthochromatic ฟิล์มประเภทที่มีความไวต่อแสงอุลตร้าไวโอเลท ซึ่งสายตามองไม่เห็น ไวต่อแสงสีน้ำเงิน - สีคราม - สีเขียว แต่ไม่ไวสีแดง ถ้าใช้ฟิล์มชนิดนี้ถ่ายภาพ และใส่ฟิลเตอร์สีแดงจะไม่มีภาพปรากฏบนฟิล์ม
Over Exposed ภาพถ่ายที่รับแสงมากเกินไป สว่างซีดไม่สวยงาม ภาพขยายที่ฉายแสงนานเกินไป มีสีเข้มมืดมาก
Over Development การล้างฟิล์มหรือล้างกระดาษอัด-ขยายภาพที่นานเกินเวลา
Outdoor photography การถ่ายภาพนอกสถานที่ นอกบ้าน กลางแจ้ง เช่นถ่ายภาพคนกับทิวทัศน์ หรือถ่ายภาพสถานที่ต่าง ๆ กลางแจ้ง
Out of focus ระยะหรือส่วนที่อยู่นอกระยะความคมชัด ส่วนที่ปรากฏในภาพแต่ไม่ชัด
P
Panchromatic ฟิล์มชนิดที่ไวต่อแสงสีทุกสี ตามที่สายตาคนมองเห็นได้ หรือฟิล์มที่ใช้ถ่ายภาพทั่ว ๆ ไป
Pattern ลวดลายลักษณะต่าง ๆ ภาพที่มีลักษณะต่าง ๆ ภาพที่มีลักษณะเป็นลวดลายจากสิ่งของที่ม่ขนาดรูปร่างเหมือนกันซ้ำกันมาก ๆ เช่นภาพกองอิฐที่วางซ้อนเรียงกันมาก ๆ ลายเสื่อ กองผลไม้เป็นต้น
Parallax ความเหลื่อมในการเห็นภาพจากจุดสองจุด เป็นลักษณะที่เกิดกับกล้องถ่ายภาพแบบ Range Finder และ Twin - lens Reflex เพราะช่องมองภาพอยู่แยกจากเลนส์รับภาพ เช่นมองเห็นภาพคนได้ส่วนเต็มช่องมองภาพ แต่ภาพที่ถ่ายออกมาส่วนหนึ่งส่วนใดของคนตกขอบภาพขาดไป
Perspective สัดส่วนของระยะและขนาดของสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในภาพ
Polorizing filter แว่นกรองแสงที่ใช้ช่วยให้ภาพถ่ายได้ผลดีขึ้นบางโอกาส มีคุณสมบัติตัดแสงหักเหที่เกิดจากการสะท้อนกับผิวน้ำ กระจกหรือวัตถุที่มีผิวขัดมันอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โลหะ ใช้ถ่ายภาพทิวทัศน์ทำให้สีท้องฟ้าเข้มขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงสีของวัตถุอื่น การใช้ต้องเพิ่มขนาดรูรับแสงให้กว้างขึ้น 1/2 ถึง 1 1/2 f / stop ตามลักษณะมุมแสงและสภาพแสงทั่ว ๆ ไป มีชื่อย่อว่า PL
Positive ฟิล์มสีหรือฟิล์มขาว-ดำ ที่ถ่ายแล้วนำไปล้างน้ำยาตามขั้นตอนการล้างฟิล์ม จะได้ภาพและสีที่ตรงตามความเป็นจริง ส่วนมากที่ใช้กันจะเป็นฟิล์มสีทั้งภาพนิ่งที่เรียกกันว่า Slide และภาพยนตร์สำหรับที่ใช้สีเดียว เช่นขาว-ดำ ผลิตขึ้นมาเพื่องานพิเศษเท่านั้น
R
Range finder กลไกหรือระบบปรับหาความคมชัดของกล้อง 35 มม. แบบมาตรฐาน เมื่อปรับเลนส์ได้ระยะความชัด กับสิ่งที่ต้องการถ่ายแล้ว กลไกหรือระบบนี้จะทำให้ภาพที่เห็นซ้อนเหลื่อมกันอยู่ในจอภาพเป็นภาพเดียวกัน หรือระบบที่รวมสองภาพไว้ด้วยกัน
Reflected light แสงสว่างที่สะท้อนจากวัสดุใด ๆ ออกมา แสงสะท้อนจะสว่างมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับผิวหน้าของวัสดุนั้น ๆ ด้วย และทิศทางของแสงสะท้อน ก็ขึ้นอยู่กับมุมองศาของทิศทางแสงที่ส่องต้องวัสดุนั้น ๆ มุมองศาของแสงสะท้อนจากวัสดุ จะเท่ากับมุมองศาของแสงที่ส่องต้องวัสดุนั้น
Reflector วัสดุที่ใช้เพื่อการสะท้อนแสง หรือแผ่นสะท้อนแสงที่ใช้ในการถ่ายภาพ แสงจะสะท้อนมากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิววัสดุที่ใช้นั้น ผิวมันจะสะท้อนมากกว่าผิวด้าน ผิวหยาบขรุขระจะสะท้อนแสงกระจายมากกว่าผิวเรียบ แต่ให้ความสว่างน้อยกว่า
S
Safe light แสงนิรภัยที่ใช้เปิดในห้องมืด เพื่อช่วยให้มีแสงสว่างในระหว่างทำงาน สีของแสงนิรภัยที่ใช้มีสีเขียวเข้มและสีแดงเข้มทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิล์ม หรือกระดาษอัดขยายชนิดที่ใช้ และไม่มีปฎิกิริยากับแสงไฟสีนั้นๆ
Self - timer lever ที่ตั้งเวลาถ่ายภาพเอง เป็นกลไกที่ช่วยประวิงเวลาการทำงานของชัตเตอร์ หลังจากขึ้นชัตเตอร์ตั้งกลไกนี้และกดชัตเตอร์ ชัตเตอร์จะทำงานหลังจากนั้นประมาณ 6-10 วินาที ช่วยให้ผู้ถ่ายหลังจากตั้งระยะคมชัดและปรับระยะหน้ากล้องเรียบร้อยแล้ว สามารถไปยืนรอให้กล้องนั้นถ่ายภาพตนเองได้
Sensitivity ความไวต่อแสงของฟิล์ม ที่เกิดปฎิกิริยากับสภาพแสงนั้น ๆ ฟิล์มบางชนิดมีปฎิกิริยากับแสงไฟจากหลอดทังสเตนไวกว่าแสงอื่น จึงเหมาะกับการถ่ายภาพในห้อง
Shadow เงาหรือบริเวณมืดของส่วนที่อยู่ตรงข้าม กับส่วนที่ได้รับแสงสว่าง
Sheet film ฟิล์มแผ่นใช้กับกล้องถ่ายภาพแบบ Press camera แบบView camera แบบ Studio camera มีหลายขนาดต่างกัน ตามขนาดกล้องที่ใช้และบรรจุฟิล์มแต่ละขนาด เช่น 2 1/4 x 3 1/4 นิ้ว 4 x 5 นิ้ว 5 x 7 นิ้ว และ 8 x 10 นิ้ว โดยบรรจุครั้งละแผ่น หรือหลายแผ่น และถ่ายภาพทีละแผ่น
Shutter Speed ความเร็วในการเปิด-ปิดรับแสงของม่านกั้นแสง
Shutter Speed Dial แผงตัวเลขบอกระดับ ความเร็วชัตเตอร์สำหรับเลือกตั้งใช้
Shutter ที่เปิด-ปิดรับแสงผ่านเลนส์เข้าไปบันทึกลงบนฟิล์ม หรือเรียกว่าม่านกั้นแสงมีอยู่สองประเภทด้วยกัน คือแบบ Leaf Shutter เปิด-ปิดรับแสงที่เลนส์มีทั้งแบบที่อยู่หน้าเลนส์ อยู่ระหว่างชั้นแก้วเลนส์ อยู่หลังเลนส์ อีกแบบ Focal Plane Shutter เปิด-ปิดรับแสงอยู่ที่ช่องหน้าฟิล์มในระยะที่ความคมชัดตกทอด มีทั้งระบบเลื่อนเปิด-ปิดตามแนวตั้ง และแนวนอนของช่องมองภาพ
T
T ย่อมาจาก Time เป็นเครื่องหมายการตั้งเวลาชัตเตอร์ เพื่อถ่ายภาพนาน มีกับกล้องบางชนิด เมื่อเราเลื่อนที่ตั้งชัตเตอร์มาที่เครื่องหมาย T แล้วกดชัตเตอร์ หน้ากล้องก็จะเปิดค้างอยู่ต้องกดอีกครั้งหน้ากล้องจึงปิด
Temperature อุณหภูมิของสิ่งต่าง ๆ อุณหภูมิของน้ำยาที่ใช้ล้างฟิล์ม ล้างกระดาษอัด-ขยายภาพที่ต้องควบคุมให้ถูกต้อง
Texture ลวดลายและความหยาบหรือละเอียด ของผิวพื้นสิ่งต่าง ๆ ผิวของส้ม พื้นทราย ผิวเปลือกไม้ ลายความหยาบของพื้นภาพที่ขยายหรือของเนื้อฟิล์ม
Tone ระดับความอ่อน-แก่ของกลุ่มสี หรือของแต่ละสี
Tranmission การส่องผ่านของแสง เช่นแสงที่ผ่านฟิลเตอร์หรือเลนส์
TTL ย่อมาจาก Through The Lens เป็นระบบของกล้องที่มีเครื่องวัดแสงอยู่ในตัวกล้อง วัดแสงที่ผ่านเลนส์หักเหเข้าไป
U
Under water Photography การถ่ายภาพใต้น้ำ โดยผู้ถ่ายนำกล้องถ่ายภาพลงไปถ่ายใต้น้ำ กล้องต้องอยู่ในครอบกันน้ำ หรือต้องเป็นกล้องที่ทำโดยเฉพาะสำหรับลงน้ำได้โดยน้ำไม่เข้าไปภายในตัวกล้อง
Under exposure ภาพที่ได้รับแสงน้อยเกินไปเมื่อเวลาถ่าย ถ้าเป็นฟิล์มสไลด์จะมืดเข้ม ถ้าเป็นฟิล์มเนกาตีฟจะบางใสเมื่ออัด-ขยายเป็นภาพจะมืดมัว
UV filter ฟิลเตอร์ UV เป็นฟืลเตอร์อยู่ในกลุ่มใช้ถ่ายภาพสี แต่ก็ใช้ได้ทั้งภาพสีและขาว-ดำ มีคุณสมบัติตัดแสงอุลตร้าไวโอเลทในอากาศ ช่วยให้ภาพสดใสขึ้น ใช้สวมติดกล้องประจำป้องกันฝุ่นละอองเกาะเลนส์ และรอยขีดข่วนเลนส์ได้
V
Vertical form รูปทรงตามแนวตั้งหรือการถ่ายภาพตามแนวตั้ง เช่นการถ่ายภาพคนเต็มตัว หรือภาพตึกสูง โดยตั้งภาพตามแนวความสูง
View Camera กล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์มแผ่นขนาดใหญ่ ใช้ถ่ายภาพสิ่งก่อสร้างหรือใช้ในสตูดิโอ ตัวกล้องเป็นกล่องผ้ายืดมีที่มองภาพ เพื่อหาความชัดเป็นจอกระจกกว้างอยู่ด้านหลังกล้อง เมื่อปรับความชัดได้ที่แล้วจึงใส่ที่บรรจุฟิล์มขั้นไว้ที่ตอนหน้าจอภาพอีกทีหนึ่ง มีทั้งแบบตั้งยึดอยู่บนคานเดี่ยว และแบบมีฐานรองรับพับเก็บได้
View finder คือช่องมองภาพ หรือที่สำหรับมองภาพของกล้องทุกแบบ
W
Wide-angel Lens เลนส์ที่รับภาพได้มุมกว้าง มีความชัดลึกในภาพมาก และมีความยาวโฟกัสสั้นกว่าเลนส์ธรรมดาเหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพในที่แคบ ๆให้รับภาพได้มุมกว้าง
X
X เป็นเครื่องหมายที่ตั้งใช้ความเร็วชัตเตอร์ของกล้องให้ทำงานสัมพันธ์กับไฟแฟลชระบบอิเล็คโทรนิค เปิดปิดม่านกั้นแสงพอดีกับการส่องสว่าง ของไฟแฟลชอิเลคทรอนิคส์ ความเร็วของกล้องเมื่อตั้งใช้ระบบนี้ จะไม่เกิน 1 / 60 วินาทีสำหรับชัตเตอร์ที่เลื่อนเปิด-ปิดตามแนวนอน และไม่เกิน 1 / 125 วินาทีสำหรับชัตเตอร์ที่เลื่อนเปิด-ปิดตามแนวตั้งของช่องภาพ
Z
Zoom lens ได้แก่ เลนส์ที่สามารถเปลี่ยนค่าทางยาวโฟกัสได้ภาพที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเปลี่ยนแปลง เมื่อเปลี่ยนทางยาวโฟกัส เช่นเลนส์ซูม 43-86 มม., 35-105 มม. , 80-200 มม. เป็นต้น
7月9日

ช่วงความชัด (Depth of Field)

ช่วงความชัด (Depth of Field)

          ภาพถ่ายที่มีความชัดตั้งแต่วัตถุที่อยู่ระยะหน้า (Foreground) ไปถึงวัตถุที่อยู่ระยะหลังสุด (Background) ของระยะตำแหน่งที่ปรับความชัดในภาพ เราเรียกภาพนั้นว่าเป็นภาพที่มีความชัดลึกมาก คือชัดตลอด ขณะเดียวกันมีภาพถ่ายบางภาพมีความชัดเฉพาะตำแหน่งที่เราปรับ Focus ไว้ ส่วนระยะหน้าและระยะหลังจะพร่ามัวไม่ชัดเจน เราเรียกภาพนั้นว่ามีความชัดตื้น ความชัดลึกของภาพนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ คือ

1. เลนส์ของกล้องถ่ายภาพที่มีระยะความยาวโฟกัสสั้น เช่น เลนส์ 28 มม. จะให้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสยาว เช่น 50 มม. หรือ 135 มม.

2. การปรับขนาดของช่องรับแสง ภาพที่ปรับช่องรับแสงแคบมาก เช่น f16 หรือ f11 จะให้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าการปรับช่องรับแสงให้กว้าง เช่น f16 หรือ f11 จะให้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าการปรับช่องรับแสงให้กว้าง เช่น f2 หรือ f1.4

3. การถ่ายภาพที่กล้องอยู่ห่างจากวัตถุที่ถ่ายไกลมาก เช่น 10 ฟุต จะได้ภาพที่มีความชัดลึกมากกว่าที่กล้องอยู่ใกล้วัตถุ เช่น 5 ฟุต หรือ 3 ฟุต เป็นต้น

6月27日

การใช้แฟรช

Fill FLASH ก็คือการเติมแสงให้ พอดีด้วย แสง flash หรือ เป็นการใช้ flash ร่วมกับแสงธรรมชาติ เหมาะสำหรับถ่ายภาพกลางวัน ภาพย้อนแสง หรือ ภาพทั่วๆไปที่ต้องการให้ subject ได้รับแสงจากทางตรง เช่น ถ่ายภาพกลางแดด แล้วอยากให้ เปิดเงาใต้ ตางใต้ตา

slow synce จริงๆแล้วหลักการก็คือ เหมือนกับ fill flash ละแต่เพียงเป็นการใช้ flash ร่วมกับ แสงธรรมาชาติ ร่วมกับ shutter speed ต่ำๆเหมาะสำหรับการถ่ายภาพกลางคืนการถ่ายแสงสี ไฟในเมืองหลวง + กับภาพคนหรือ subject ที่ต้องหารให้ เห็นจัดแจ่มแจ๋วว ซึ่งจะต่างกับการใช้ flash ในเวลากลางคืนแบบทั้วๆไปที่ว่า slow synce จะใช้ แสงธรรมชาติ มาร่วมบรรเลงในภาพด้วย  ทำให้ speed shutter ที่ได้ ค่อนข้างต่ำถึง ต่ำมากจนอาจจะต้องใช้ ขาตั้งกล้องเข้าช่วย
ส่วน real flash synce คือการใช้ flash สัมพันธ์กับ shutter จังหวะหลัง
ปกติ เวลากล้องทำงาน  shutter เปิด ปั๊บ flash ยิงปุ๊ป shutter ปิด
นี่คือหลักการปกติ
แต่ real flash synce จะผิดปกติ หนอ่ยตรงที่ว่า จะเป็น เปิด shutter ปัีป  ยังไม่ยิง flash จนกว่า shutter กำลังจะปิด ถึงจะยิง flash
real flash synce เป็นการ แก้ปัญหาของ slow synce อีกที หนึี่งเมื่อใช่ถ่ายภาพร่วมกับ วัตถุที่เคลือนไหว
ใช้ข้อความมมันคงอธิบายให้เห็นภาพออกยาก
แต่ในคู่มือกล้องจะมี อธิบายไว้
แต่ผมขอสรุป ง่ายๆให้ ใช้งานคล่องๆ สนุก มือว่า

fill flash ใช้กลางวัน  ทาก่อนออกจากบ้าน เอ้ยไม่ใช่ ใช้ ถ่ายภาพเวลากลางวัน

slowsynce ใช้ทาก่อนนอน เอ้ย ใช้ถ่ายก่อนนอน เอ้าไม่ใช่ดิ๊?ใช้ ถ่ายตอนกลางคืน (ก่อนนอน ก้อ กลางคืนใช่มะ)  แต่วัตถุอยู่น่ง ไม่ไหวติง

real flash syce ใช่ กับ วัตถุที่เคลือนไหว ในเวลากลางคืนและ speed shutter ต่ำ ถ้าไม่ครบทั้งสามองค์ประกอบ คือ speed shutter ต่ำ กลางคืน และ วัตภถุ เคลือนไหว  ก้อไม่มีความจำเป็นจะตอ้งใช้ slow synce

การที่ เปิด shutter นานๆ วัตถุหยุดได้ เพราะ
ปกติ ถ้าเราไม่ เปิด flash เราก้อจะไม่เห็นวัตถุในภาพ
flash ก้อเหมือนไฟฉายอะ ส่องไปให้เราเห็นวัตถุ แต่เวลาที่ flash ทำงานมันเร็วปานฟ้าแล๊ป ภาพที่ติด จึงเป็นภาพเพี้ยง แค่เสี้ยววินาทีของ flash ที่ สว่างจ้าให้ ภาพจากวัตถุ มาติดบนฟิลม์
มันจึงดูเหมืนอ หยุดวัตถุ ได้ นะ
ถ้าเปิด flash ถี่ๆ นอกจากจะเห็นวัตถุหยุดแล้ว ยังอาจจะเห็นวัตถุุ เคลือนที่แบบ slow motion ด้วยนะ ลองดูดิ๊